4 เหตุผลที่เกม MMORPG ของ PC มีการพัฒนาน้อยลงเรื่อยๆ

 

          อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเกมในปัจจุบันมีมากมายหลายรูปแบบ ทั้ง คอนโซล พีซี หรือ เกมโทรศัพท์มือถือ ก็มีเกมคอยรองรับความต้องการของเหล่าเกมเมอร์อยู่เพียบ แล้วเกมออนไลน์จัดเป็นประเภทเกมที่ได้รับความนิยมจากเหล่าคอเกม ด้วยรูปแบบเกมเน้นไปที่การสร้างกลุ่ม Community ภายในเกม ซึ่งมันสอดคล้องกับประโยคที่ว่า “เกมไหนมีเพื่อนเล่นมันก็สนุกทั้งนั้นแหละ” แต่ถึงอย่างนั้นเกมออนไลน์ก็กำลังเริ่มถูกมองข้าม จากผู้พัฒนามากขึ้นด้วยการ กระแสเกมในปัจจุบันมุ่งเน้นที่เกมมือถือกันมากกว่า วันนี้ผมจึงยก 4 เหตุผลที่ Game Online บนพีซี เริ่มมีการพัฒนาน้อยลงด้วยเหตุผลอะไรบ้าง แต่บอกก่อนว่าเหตุผลเหล่านี้เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความเท่านั้น ไม่ได้อ้างอิงถูกต้องตามหลักวิชาการแต่อย่างใด

 

 

1.ผู้พัฒนาหันไปมองเกมมือถือมากขึ้น

เหตุผลแรกถือว่าไม่ใช้เรื่องไกลตัวอะไร ด้วยทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันเทคโนโลยีถือว่าก้าวหน้าไปมาก มือถือไม่จำเป็นต้องราคาแพงหลายหมื่นบาท ก็สามารถเล่นเกมมือถือคุณภาพสูงได้แล้ว ถ้าเทียบกับทาง PC ที่จะประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งที ก็ต้องหยิบเงินในกระเป๋าตังจากไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทแน่นอน ดังนั้นผู้พัฒนาก็มองเห็นในจุดนี้เช่นกัน ทำให้ผู้พัฒนาเกมเจ้าใหญ่ๆ ของโลกหันมามองมือถือมากขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายกว่า และเยอะกว่า

 

2.ใช้ต้นทุนสูง

การพัฒนา Game Online PC ในปัจจุบันจัดว่าต้องใช้ต้นทุนที่สูงถึงจะสามารถพัฒนาเกมดีๆ ออกมาเปิดหรือวางจำหน่ายได้สักหนึ่งเกม ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์แรงๆ ก็สามารถมีได้กันแทบทุกคนอยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะสร้างเกมที่มีคุณภาพกราฟิก สวยๆ หรืออลังการ ก็ต้องใช้ทั้งเวลา บุคลากร และรวมถึงเงินที่สูงขึ้น ถ้าเทียบกับการสร้างเกมมือถือที่ต้นทุนถูกกว่าแล้วโอกาสเข้าถึงลูกค้าก็กว่า แบบนี้จึงเป็นทางเลือกที่ผู้พัฒนาไม่สามารถมองข้ามไปได้นั่นเอง

 

3.ใช้เวลาในการพัฒนานาน

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกม PC เริ่มเป็นที่จับตามองของผู้พัฒนาน้อยลงก็เพราะ การต้องลงทุนและลงแรงเป็นเวลานาน ซึ่งการที่จะทำเกมออนไลน์ดีๆ ออกมาได้นั้นต้องมีการวางแผน ทั้งเนื้อหา Content รูปแบบ เนื้อเรื่อง ธีม ตัวละครและอื่นๆ อีกเพียบ แล้วประเด็นหลักมันต้องมีเนื้อหาที่เยอะและมีลูกเล่นมากกว่าทางมือถืออยู่แล้ว ถึงจะสามารถดึงเหล่าเกมเมอร์ให้อยู่กับเกมของพวกเขาไว้ได้ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมา มันต้องใช้เวลาในการพัฒนานาน แล้วแถมทำออกมาไม่รู้จะปังหรือเปล่าอีกด้วย

 

4.กลุ่มเป้าหมายเริ่มน้อยลง

อย่างสุดท้าย กลุ่มเป้าหมาย หรือ กลุ่มลูกค้าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องรสนิยมมากขึ้น โดยปกติถ้าเราจะเล่นเกมก็นึกถึงคอมพิวเตอร์ PC แต่สมัยนี้มันไม่ใช้ เกมมือถือคุณภาพสูง กราฟิกเทพก็มีให้เห็นอยู่เยอะแยะไป ดังนั้นกลุ่มลูกค้าก็เริ่มมีการเปลี่ยนไปหาอะไรที่สะดวกกว่า ง่ายกว่า สามารถเล่นที่ไหนเมื่อไหร่ เวลาใดก็ได้ไม่ปัญหา ดังนั้นการที่ผู้บริโภคน้อยลง ผู้พัฒนาเองก็คงไม่อยากทำอะไรที่คนไม่ค่อยเลือกออกมาเท่าไหร่นัก ยกตัวอย่างเช่น คนส่วนใหญ่ชอบกินเนื้อ แต่ร้านนี้ทำแต่ผัก คนจะเลือกกินหรอทั้งๆ ที่ร้านข้างๆ ก็มีเนื้อขาย ประมาณนั้น

 

ขอบคุณที่มา : sanook