New High Performance Cisco Catalyst 9500

Cisco Catalyst 9500
Cisco Catalyst 9500 รองรับการขยายตัวของ IT ในปัจจุบันและอนาคต
Cisco ได้มีการเปิดตัว Model ใหม่ เพิ่มเติมในกลุ่ม Cisco Catalyst 9500 เพื่อรองรับในระดับ High-Density ซึ่งสามารถรองรับ Throughput ได้สูงสุดถึง 3.2-Tbps และสามารถรองรับ Interface 1/10/25/40 /100G ได้ จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า Model นี้ได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพจากรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มของ Catalyst 9000 เป็นอย่างมากทั้งในแง่ Performance และความยืดหยุ่นในการใช้งาน Port ต่างๆ เพื่อให้สามารถตอบรับกับ Software Define Access ในยุค Digital ที่มีอุปกรณ์แทบทุกอย่างเชื่อมต่อเข้ากับ ระบบ Network และมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนเป็นทวีคูณในอนาคต ดังนั้น Tangerine จะมาเปรียบเทียบ Catalyst 9500 ของทั้ง 3 รุ่นว่ามีจุดดีจุดเด่นต่างกันอย่างไร?

– Catalyst C9500-32C
C9500-32C มี Highlight หลักอยู่ที่ Cisco Unified Access™ Data Plane (UADP) Version 3.0 ซึ่งเป็นตัวประมวลผลหลัก Layer 2 และ Layer 3 Forwarding ซึ่งใน Switch ตัวนี้ได้มีการติดตั้ง UADP 3.0 ถึง 2 ตัว จึงทำให้สามารถเพิ่ม Performance Throughput ได้สูงถึง 3.2-Tbps สามารถรองรับ Interface 32x100G,40G,10G ได้ และด้วยขนาดเพียง 1 U จึงทำให้ Switch ง่ายต่อการติดตั้งอีกด้วย จะเห็นว่า Model นี้ เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้ Interface 100 G เป็น Campus Core Network โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Switch ระดับ Data Center Switch ซึ่งอาจจะมี Performance สูงเกินไป

– Catalyst C9500-32QC
C9500-32QC Model นี้เป็น Model รองลงมาจาก Model ข้างต้น เนื่องจากมีการติดตั้ง UADP Version 3 เพียง 1 ตัวจึงสามารถทำ Throughput ได้ที่ 1.6-Tbps และค่อนข้างมี Interface ที่หลากหลาย ดังต่อไปนี้ 24x40G or 4x100G, 40G, or 10G(Default) และ 32x40G or 10G และ 16x100G จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่า Throughput นั้นต่ำกว่าตัวแรก ถึง 1 เท่า และความซับซ้อนของการใช้งาน Interface ทางเราจึงแนะนำว่าให้ขยับไปใช้งานรุ่น C9500-32C จะดีกว่า

– Catalyst C9500-24/48Y4C
C9500- 24/48Y4C Model นี้ UADP Version 3 เพียง 1 ตัว จึงสามารถทำ Throughput ได้ที่ 1.6-Tbps แต่ Highlight ของตัวนี้อยู่ที่รองรับ Interface 25G ดังต่อไปนี้ 24x25G, 10G, or 1G + 4x100G or 40G Base Model และ 48x25G, 10G, or 1G + 4x100G or 40 G Base Model จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่ามีความยืดหยุ่นในเรื่องของ Interface 25 G ซึ่งอยู่ระหว่าง 10G และ 40G ช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น
จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น จะเห็นได้ว่า Cisco ออก Model ใหม่นี้มาเพื่อรองรับการขยายตัวของ IT ในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งในยุคที่ Digital IT มีการเติมโตอย่างมหาศาลนั้นควรต้องมี Network Infrastructure ที่ดีพอ เพื่อรองรับการขยายตัวและสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าได้อย่างคล่องตัว