ทำความรู้จัก Cisco UCS S-Series Storage Servers

01 Mar 2017
Cisco เปิดตัว Server ตระกูล UCS (Unified Computing System) ซีรีส์ใหม่ S-Series S3260 ประมาณช่วงปลายปีที่แล้ว ใส่ไดรฟ์ได้สูงสุด 56 ตัว รองรับความจุได้มากถึง 600 เทราไบต์ ที่เน้นการใช้งานด้าน Storage เป็นพิเศษ เพื่อตอบสนองความต้องการ Workload ที่มีการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก เช่น Big Data, Hadoop และ Data Protection Solution บน UCS S- Series ทำให้สามารถจัดการกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของข้อมูลที่เป็น Unstructured Data สำหรับยุค Cloud และ Internet of Things

Massive Storage Capacity
เนื่องด้วยปริมาณข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ความต้องการในการขยายขนาดของ Storage เพิ่มขึ้นและความต้องการด้านต้นทุนที่เหมาะสมเพื่อรองรับการขยายขนาดจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยที่หน่วยงานและองค์กรต่างๆ สามารถใช้งาน Spining Disk, SSD, NVMe หรือ การนำ Disk ที่ต่างชนิดกันมาใช้งานร่วมกัน ซึ่ง Cisco UCS S-Series สามารถจะรองรับการขยายขนาดของ Storage ได้ในระดับ Pentabytes ในเวลาไม่กี่นาที

High Performance
Application สำหรับระบบ Cloud และ Internet of Thing มีประสิทธิภาพในการทำงานใกล้เคียงกับความสามารถในการประมวลผลของ Servers โดย Dual Server Node Architecture ใช้ Intel Xeon Processors ในการสร้างสมดุลที่เหมาะสมระหว่างความสามารถในการประมวลผลและปริมาณข้อมูล

Architectural Flexibility
การลงทุนใน Technology ที่เหมาะสมช่วยลดต้นทุนในการลงทุนระยะยาว โดย Cisco UCS S-Series สามารถช่วยลดต้นทุนด้วยการออกแบบที่เรียกว่า Multi-Generational System Design เพื่อตอบสนองความต้องการแตกต่างกันของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

Policy-driven Unified Storage Management
ความสามารถในการขยายขนาดของ Storage เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสามารถทำได้ด้วยระบบ Automation เท่านั้น เพื่อช่วยให้การบริหาร Storage หลักและ Storage สำรองที่ง่ายขึ้นโดยรวมความสามารถในการประมวลผลและ Storage ฟังก์ชันรวมเข้าด้วยกันผ่านการบริหารจัดการแบบชุดเดียว

I/O
หน่วยงานและองค์กรต่างๆ สามารถใช้งาน Unified Storage เช่น Ethernet, Fiber Channel, FCoE หรือ Application ต่างๆ ที่ใช้งาน Flash Memory สำหรับทำ Tierd Caching สามารถทำงานร่วมกับ Cisco UCS S-Series ช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำงานและคุณภาพในการบริการของระบบ Cloud สูงขึ้น

Features and Capabilities
Cisco UCS S3260 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการขยายขนาด Storage ที่สูงขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่ใช้งานบนระบบ Cloud และ Internet of Things โดยใช้ความสามารถของ Dual Node ที่มีสถาปัตยกรรมพื้นฐานจาก Intel Xeon Processor E5-2600 v4 Series ซึ่งสามารถขยายขนาดของ Local Storage ได้ถึง 600 TB ภายใต้ Form Factor ขนาด 4 Rack Unit นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน Redundant Array of Independent Disks (RAID) Redundacy ในระดับ Enterprise Class หรือ JBOD ในรูปแบบของ Pass-Through ได้ ในส่วนของการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย Cisco UCS S3260 มีพอร์ต 40G จำนวน 2 พอร์ตและสามารถรองรับการขยายแบบ Unified I/O เพื่อรองรับการเชื่อมกับระบบ NAS และ SAN พร้อมทั้งสามารถติดตั้งบน Standard Rack ที่มีความลึกขนาด 32 นิ้วเช่น Cisco R42610 Rack

Specifications at a Glance
มีสถาปัตยกรรมแบบ Dual Two-Socket Server Nodes โดยใช้ Intel E5-2600 v2 หรือ v4 CPUs ซึ่งสามารถขยายจำนวน Cores ได้ถึง 36 Cores ต่อ Server Node
สามารถขยายขนาด Memory แบบ DDR3/DDR4 ได้ถึง 512GB ต่อ Server Node (1 Terabyte [TB] สำหรับ 2 Server Nodes)
รองรับ NVMe และ Flash Memory ที่มีประสิทธิภาพสูง
มีขนาด Storage ขนาด 600TB และสามารถทำการขยายขนาดในระดับ Petabytes ได้อย่างเรียบง่ายด้วย UCS Manager
รองรับการบริหารจัดการแบบ Policy Driven Storage ในลักษณะ Zero-Touch
มีพอร์ตแบบ 40Gbps จำนวน 2 พอร์ต เพื่อใช้งานเป็น System I/O Controllers โดยทำงานร่วมกับ Cisco VIC 1300 Series Embedded Chip
รองรับ Unified I/O สำหรับ Ethernet หรือ Fiber Channel เพื่อเชื่อมต่อกับระบ NAS หรือ SAN Storage environments
รองรับ Cisco BIDI Transceivers เพื่อเชื่อมต่อระบบเครือข่ายด้วยความเร็ว 40G บน Existing 10G Fiber Cable

Cisco Gold Partner

Tangerine เป็น Cisco Gold Partner มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีด้าน Storage Server ของ Cisco เป็นพิเศษ ด้วยความพร้อมที่ให้บริการและเข้าใจธุรกิจในกลุ่มลูกค้าในระดับ Enterprise มีทักษะ ประสบการณ์ และเชี่ยวชาญในการ Implement เพื่อนำเสนอ Solution ให้ตรงความต้องการธุรกิจของคุณ Cisco UCS S-Series Storage Servers เหมาะสำหรับลูกค้าที่เน้นการใช้งาน Storage บริหารจัดการข้อมูลจำนวนมาก เช่น Big Data และจัดเก็ข้อมูลแบบ Unstructured Data โดยเชื่อมต่อกับระบบ Cloud สามารถวิเคราะห์และประมวณผลข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ด้วยความเร็วสูง ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในส่วนของสายสัญญาณ ลดการใช้พลังงานและพื้นที่การทำงาน นับว่าเป็นการช่วยในเรื่องการบริหารจัดงานอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ

บริหารจัดการ Container ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย Cisco ContainerX

Cisco ได้ซื้อบริษัท ContainerX เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดย ContainerX เป็น Start-Up น้องใหม่ที่มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการ Container ที่ใช้งานบน Platform ได้อย่างกว้างขวาง (Container ทำหน้าที่ในการห่อหุ้ม Application ในรูปแบบของ File System ซึ่งจำเป็นต่อการใช้งาน: Code, Runtime, System Tools, System Libraries เพื่อทำการติดตั้งบน Server ต่างๆ โดยไม่ต้องสนใจเรื่องของ Platform ว่าจะต้องเป็น Linux, Windows, Bare Metal หรือ VM Platform ถึงจะสามารถทำการติดตั้งเพื่อใช้งาน Application ดังกล่าวได้)

การใช้งาน Container ในบริษัทและหน่วยงานต่างๆ เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจาก Container ช่วยในการสร้าง, บริหารจัดการ, และการย้าย Application เพื่อใช้งานบน Platform อื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม Container ยังอยู่เป็นเทคโนโลยีใหม่และอยู่ในช่วงพัฒนา ทำให้ Container ที่ใช้งานในปัจจุบันยังมีข้อด้อยในเรื่องของความปลอดภัยในการให้บริการ, การบริหารจัดการ, และการทำงานร่วมกับอุปกรณ์และซอฟต์แวร์อื่นๆ
การซื้อบริษัท ContainerX ของ Cisco ทำให้การใช้งาน Container บนอุปกรณ์ระบบเครือข่ายและ Infrastructure อื่นของ Cisco เช่น UCS Server มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย ContainX มี Key Highlight ดังต่อไปนี้

1. All-in-One Platform
ContainerX ใช้ Management Cosole เดียว (Single Pane of Glass) ในการบริหารจัดการ Container โดยไม่ต้องสนใจว่า Container ใช้งานอยู่บน Platform ไหนเช่น Linux, Windows, Bare Metal, VM, Private หรือ Public Cloud ทำให้การบริหารจัดการ Container มีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. Enterprise Grade Mgmt
ContainerX มี Quick Wizard เพื่อทำให้การติดตั้ง Container และการ Operation ภายหลังมีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ContainerX ยังมีการแจ้งเตือน (Alert) และ การวิเคราะห์ข้อมูล (Analytic) ของ Container ในลักษณะ Dashboard เพื่อให้ IT Admin ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. Comprehensive Solution
ContainerX สามารถ Integrate Container ร่วมกับอุปกรณ์อื่น เช่น Compute, Network และ Storage เพื่อทำ Orchestration ได้ เพื่อให้บริการ Cloud Service ในรูปแบบที่คล้ายกับ Amazon, Google และอื่นๆ

4. Highly Resilient
ContainerX สามารถป้องกัน Rogue Container จากการ Crashing หรือ Starving Resource จาก Container อื่นๆ เพื่อทำให้ Container Network ยังสามารถใช้งานและให้บริการหลังจาก Host Reboot หรือ Crash

5. Multi-Tenant & Isolated
ContainerX สามารถแบ่ง Developer Group หรือ Business Unit เพื่อทำการตั้งค่า Environment Variable โดย Developer สามารถใช้งาน Standard Docker CLI เพื่อใช้งาน Container ใน ​Container Pool และ Trade ตามสิทธิ์การใช้งาน โดยที่ Container Pool และ Trade ถูกแบ่ง Resource ตาม CPU, Memory และ Network Limit และการเข้าใช้งานตามนโยบายของ IT Admin

6. Horizontally Scalable
ContainerX สามารถสร้าง Multiple Cluster ในลักษณะ Horizontally Scale (ในแนวขวาง) บน Bare Metal Server (Physical Server), VM, Linux หรือ Windows, Private หรือ Public Cloud ทำให้ IT Admin สามารถทำการ Add หรือ Remove Host จาก Cluster ในลักษณะ Scale Out Platform ได้

7. Elastic Container Clusters
ContainerX สามารถ Over-Commit Compute Resource เพื่อใช้งาน Data Center Infrastructure ได้เต็มที่ โดยลดการสูญเสีย Resource ให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ ContainerX ยังสามารถจัดลำดับความสำคัญของ Container Pool เพื่อทำให้ Container Pool ที่มีลำดับความสำคัญสูงกว่าสามารถใช้ Resource ได้มากกว่า Container Pool ที่ความสำคัญน้อยกว่าเมื่อ Resource ไม่เพียงต่อการใช้งาน